อยากได้ Presonus FireStudio Mobile
posted on 07 Oct 2009 01:51 by polypinkจะว่าไปแล้วก็ยังไม่ถึงเวลาจะต้องเปลี่ยน audio interface หรอกครับ เพราะ Focusrite Saffire LE ที่ใช้อยู่ก็ยังทำงานได้ดี ไม่มีงอแง แล้วก็ยังไม่ได้ต้องการ feature อะไรที่มากไปกว่าที่มีอยู่ แต่ในตลาดตอนนี้มี interface ดีๆน่าสนใจออกมามากมาย เลยอดไม่ได้ที่จะลองไปมองๆดูเผื่อเอาไว้บ้าง
ตลอดช่วง 10 ปีมานี้ คอมพิวเตอร์มีความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การสร้างงาน audio ที่ใช้ computer เป็นเหมือนหัวใจของการทำงานก็มีความสามารถเพิ่มขึ้นตามกัน นอกเหนือไปจากนั้น ความแพร่หลายของการสร้างงานเพลงในแบบ home studio ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องพากันเข็น product ใหม่ๆ ความสามารถสูง และราคาถูกลงออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
ลองมาดูกันที่ audio interface ที่ถ้าเทียบความสำคัญก็เหมือนเป็น motherboard ของคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นตัวกำหนดขอบเขตความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆใน system ในระดับสายตาผมตอนนี้เห็นที่น่าสนใจอยู่ 2 ตัว ได้แก่ Presonus FireStudio Mobile และ Focusrite Saffire Pro 24 เพราะทั้งสองตัวนี้อยู่ในระดับที่เรียกว่า ครบ และ เพียงพอ สำหรับความต้องการของผม … ผมขอไม่พูดถึง M-Audio FW610 ละกัน เพราะไม่ค่อยประทับใจรุ่นก่อนหน้าอย่าง FW410 สักเท่าไหร่
วันนี้มีโอกาสได้แวะไปร้าน Music2Home ชั้น 4 เอสพลานาด ที่มีทั้ง 2 ตัวนี้ตั้งอยู่ให้เชยชม ผมไม่ได้ไปลองฟังเสียงครับ ยอมรับว่าอาจจะฟังไม่ออก แต่ไปดูหน้าตาและ feature คร่าวๆเพื่อเป็นข้อมูล เพราะถ้าเทียบจริงๆแล้ว ทั้ง 2 ตัวนี้ถือว่าระดับเดียวกันกับ Saffire LE ที่ใช้อยู่ แต่อยากจะไปดูไว้ เผื่อว่าอยากจะ setup system ใหม่อีกสักชุด จะได้รู้ว่าตลาดเขาไปถึงไหนกันแล้ว
จุดที่รู้สึกว่าน่าสนใจใน spec ที่ต่างกันของ 2 ตัวนี้ก็คือ Presonus นั้นมี analog input ถึง 8 ช่อง และมี output แค่ 2 ช่อง ส่วนทาง Focusrite นั้นมี analog input 4 และมี output 6 มองในแง่การใช้งาน ผมใจผมชอบ Presonus มากกว่า เพราะจำนวน analog output ที่มากกว่า น่าจะมีประโยชน์สำหรับ surround mix และ sub-mix ซึ่งผมคงยังไม่ได้ใช้ใน scale ของ system ที่มีอยู่แน่ๆ แต่ในทางกลับกัน จำนวน analog input ดูจะมีโอกาสได้ใช้มากกว่า เช่นการยก interface ออกไปบันทึกเสียงจากสถานที่ที่เขามี mixer อยู่แล้ว เราอาจจะสามารถรับ sub-mix หรือ aux จาก mixer นั้นมาเพื่อบันทึกแบบแยก track ได้เลย
จริงๆแล้วผมมีความรู้สึกอยากใช้ของ Presonus มากกว่าอยู่แล้ว เหตุผลหนึ่งก็คือ software ที่ถามมาให้เป็น Studio One Artist ซึ่งใช้งานได้จริงมากกว่า Live Lite ที่ Focusrite แถมให้ แต่จะว่าไปแล้ว ผมยังอยากได้ Cubase LE4 มากกว่า Studio One Artist แต่ตรงนี้น่าจะเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ Presonus ตั้งราคาได้ต่ำ โดยไม่ต้องเสียค่า license ให้กับ Steinberg
อีกจุดหนึ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับ audio interface 2 ตัวนี้ก็คือส่วนของ MIDI connection ที่ Focusrite ทำการ built-in MIDI in/out อยู่บนตัว interface เลย พร้อมกับ S/Pdif แต่สำหรับ Presonus นั้นต้องใช้ break-out cable สำหรับต่อ MIDI และ S/Pdif ตรงนี้ดูแล้ว Presonus ดูสะดวกน้อยกว่าก็จริงครับ แต่สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ว่า Presonus ให้ Firewire 400 port มาถึง 2 ช่อง แต่ Focusrite ให้มาแค่ช่องเดียว ตรงนี้สำคัญมากเพราะการมี firewire 2 ช่องหมายถึงเราสามารถต่อ daisy chain ได้ ลองนึกภาพ notebook ที่มี firewire ให้แค่ช่องเดียว แต่เรายังมี external harddisk อีกชิ้นที่ต้องการใช้ firewire port ตรงนี้มีประโยชน์มาก และประโยชน์อีกอย่างก็คือเป็น backup ได้ถ้ามี port ช่องใดช่องหนึ่งเสีย ยังมีอีกช่องไว้สำรองใช้งานได้ ถ้าเป็น Focusrite ที่มีแค่ช่องเดียว เกิดมีปัญหาคือต้องส่งซ่อมทันที แล้วก็อย่างที่เคยได้ยินมาว่า support ของกมลสุโกศลที่นำเข้า Focusrite นี่เยี่ยมขนาดไหน
Links :
ไม่มี audio interface ดีๆกะเขาเลย
#1 By pakazite on 2009-10-07 19:09